วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อภิรักษ์ แซ่ฮ้อ คนจนผู้ยิ่งใหญ่....

เรื่องราวของ ชายคนหนึ่ง ที่สมองอาจจะไม่ได้เหมือนกับเราๆ ท่านๆ
เนื้อตัวที่มอมแมม พร้อมหายใจดังฟืดฟาด ทำให้หลายคนรู้สึกไม่อยาก
เข้าใกล้เขาคนนี้ มีอาชีพเป็นคนเก็บขยะ แต่เชื่อหรือไม่ ว่า เขาคนนี้ เดิน
เข้าธนคารทุกวัน เพื่อเอาเงินไปฝาก เป็นระยะเวลามากกว่า 16 ปี
ถามว่าเขาฝากเงินวันละ เท่าไร คำตอบที่ได้จากเขา ก็คือ 20 บาท วันละ
20 บาท ตั้งแต่สมัยเด็กๆ จนตอนนี้ มีเงินเก็บได้ประมาณ 4 หมื่น กว่าบาท
ชายคนนี้ มีชื่อว่า อภิรักษ์ แซ่ฮ้อ มีอาชีพประจำคือ การเก็บขยะขาย ไปไหน
ก็จะมีรถเข็นคู่กาย อยู่เสมอ เพราะนี่คือ เครื่องมือหากินของเขา


วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วัดหน้าพระเมรุ อยุธยา



วัดหน้าพระเมรุตั้งอยู่ริมคลองสระบัวด้านทิศเหนือของคูเมือง (เดิมเป็นแม่น้ำลพบุรี) ตรงข้ามกับพระราชวังหลวง สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พุทธศักราช 2046 มีชื่อเดิมว่า “วัดพระเมรุราชิการาม” ที่ตั้งของวัดนี้เดิมคงเป็นสถานที่สำหรับสร้างพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งสมัยอยุธยาตอนต้นต่อมาจึงได้สร้างวัดขึ้น มีตำนานเล่าว่าพระองค์อินทร์ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงสร้างวัดนี้เมื่อ พ.ศ. 2046 วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเมื่อครั้งทำศึกกับพระเจ้าบุเรงนองได้มีการทำสัญญาสงบศึกเมื่อ พ.ศ. 2106ได้สร้างพลับพลาที่ประทับขึ้นระหว่างวัดหน้าพระเมรุกับวัดหัสดาวาส

วัดนี้เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ได้ถูกพม่าทำลายและยังคงปรากฏสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา




จุดแดงบนหน้าผากสตรีอินเดีย

จุดแดงที่แต้มกลางหน้าผากเรียกว่า "ติกะ" (Tika) แต่ในบางครั้งอาจเรียกว่า "บินดิ" (Bindi) ซึ่งหมายถึงจุดที่เจิมบริเวณแสกผม โดยใช้นิ้วป้ายขึ้นไปตามรอยแสกผม
ปัจจุบันจุดบนหน้าผากสตรีอินเดีย อาจเรียกปนกันทั้ง ติกะ และ บินดี
สตรีในศาสนาพราหมณ์ฮินดูแต่โบราณนานมา เมื่อแต่งานแล้วจะแต้มจุดแดงที่กลางหน้าผาก เป็นสัญลักษณ์ของการมีพันธะด้านการครองเรือน ในฐานะผู้เป็นภรรยา ผู้เป็นแม่

สตรีอินเดียถือสามีเสมือนเทพ จะให้ความรักความเคารพอย่างสูง การเจิมหน้าผากจะทำในวันแต่งงาน เมื่อคู่บ่าวสาวเดินรอบกองไฟแล้วพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีวิวาห์ หรือผู้เป็นเจ้าบ่าวจะเจิมหน้าผากให้เจ้าสาว เป็นการประกาศว่าหญิงผู้นั้นเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามประเพณี สตรีชาวอินเดียจะต้องมีจุดนี้อยู่ตราบที่สามียังมีชีวิตอยู่ และจะต้องลบออกเมื่อสามีเสียชีวิต
ในกรณีที่เลิกร้างกัน สตรีผู้นั้นจะลบจุดออกได้ต่อเมื่อเป็นการเลิกร้างโดยคำสั่งของศาล หากสตรีผู้นั้นลบจุดติกะออกโดยที่สามียังมีชีวิตอยู่ หรือไม่ได้เลิกกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
จะถือว่าเป็นการกระทำสิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ โดยทั่วไปจุดสีแดงนี้จะทำจากมูลวัวที่นำมาเผาและบดจนละเอียด แล้วผสมกับสีแดงชาดที่ได้จากรากไม้ มูลวัวไม่ถือว่าเป็นของสกปรก เพราะวัวเป็นพาหนะของพระเจ้า และกินพืชเป็นอาหาร ผงสีนี้เรียกว่า "ผงวิภูติ" มีจำหน่ายตามร้านค้า ผงนี้อาจมีการนำไปทำพิธีก่อนนำมาใช้ก็ได้


ลักษณะของจุดติกะมีหลายแบบ เดิมนิยมจุดกลม คนที่ยังสาวจะนิยมจุดเล็กเพราะสวยงามกว่า แต่พออายุมากขึ้นอาจแต้มจุดให้ใหญ่ขึ้น ปัจจุบันมีรูปแบบจุดอื่น ๆ เช่น รูปคล้ายหยดน้ำ หรือเป็นวงกลมและมีรัศมีโดยรอบเหมือนดวงอาทิตย์ ปัจจุบันติกะพัฒนารูปแบบไปมากทั้งรูปทรงและสีสัน บางทีก็ทำเป็นสติกเกอร์เพื่อสะดวกใช้ มีข้อสังเกตว่า ในบางครั้งจุดติกะอาจไม่ใช่สัญลักษณ์ของสตรีที่แต่งงาเพียงอย่างเดียว ติกะถือว่าเป็นสิ่งมงคล ชาวอินเดียบางกลุ่มจะใช้ในโอกาสอื่น ๆ เช่นเวลาไหว้พระ พราหมณ์จะให้ผงวิภูติ ผู้รับจะนำมาเจิมเพื่อเป็นสิริมงคล แต่ก็เป็นการเจิมเพียงชั่วคราวเท่านั้น คนที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมอินเดียมักเข้าใจว่า จุดแดงเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นชาวอินเดีย จึงมักแต้มจุดแดงเวลาที่แต่งกายเป็นชาวอินเดีย เช่นนางเอกในละคร แม้ยังเป็นสาวเป็นแส้ ก็แต้มจุดแดงกับเขาด้วย นี่เป็นเรื่องของการนำมาใช้โดยไม่ศึกษาให้ถ่องแท้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจุดแดงจะเป็นวัฒนธรรมของพวกพราหมณ์ฮินดู แต่สตรีชาวอินเดียที่แต่งงานแล้ว และไม่ใช่ชาวฮินดูแท้ ๆ อาจรับวัฒนธรรมนี้ไปใช้ ในชาวอินเดียบางกลุ่ม สัญลักษณ์ของสตรีที่แต่งงานแล้ว อาจเป็นการห้อยสายสร้อยสังวาลมงคล ซึ่งสามีมอบให้

ที่มา 108 ซองคำถาม
รูปภาพ http://tiny-news.blogspot.com/2008_02_01_archive.html และ wiki

ซุปไก่สกัด...มีคุณค่าโภชนาการสูง?


ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้นและมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มมากขึ้นมีการโฆษณาถึงประโยชน์ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกันไปต่างๆ เช่นทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยให้ความจำดีขึ้น เป็นต้นซุปไก่สกัดเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รู้จักกันมานานแล้วโดยเชื่อว่าจะช่วยบำรุงสุขภาพ ทำให้ร่างกายแข็งแรง

รศ.วรรณวิบูลย์ กาญจนกุญชร อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารคณะอุตสาหกรรมเกษตร อธิบายว่าซุปไก่สกัดนั้นถ้าพิจารณาถึงเรื่องคุณค่าทางโภชนาการแล้วมีการวิเคราะห์โดยสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าซุปไก่สกัด100 มิลลิลิตร จะประกอบด้วย น้ำ 93 กรัม โปรตีน 8 กรัม แคลเซียม เหล็ก และวิตามินบีอีกเล็กน้อย เพราะฉะนั้นเมื่อดื่มซุปไก่สกัด 1 ขวด ในปริมาณ 80มิลลิลิตร ก็จะได้โปรตีนประมาณ 8 กรัม สำหรับคนทำงานทั้งหญิงและชายในขณะที่ร่างกายต้องการปริมาณโปรตีนประมาณ 44-55 กรัมต่อวัน

ซึ่งการบริโภคเนื้อสัตว์ในแต่ละวันก็จะได้รับโปรตีนในปริมาณตามที่ร่างกาย ต้องการตัวอย่างเช่น ในเนื้อสัตว์ 100 กรัม จะมีโปรตีนอยู่ประมาณ 16-20 กรัมเราควรบริโภคเนื้อสัตว์ประมาณ 300 กรัมจะทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนเพียงพอกับความต้องการสำหรับคนที่มีร่างกายปกติและบริโภคอาหารได้เอง การบริโภค เนื้อสัตว์ เช่นเนื้อไก่จะได้สารอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารไม่แพ้ซุปไก่สกัดถ้าอยากบริโภคเพราะความเชื่อก็เป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลแต่สำหรับคนที่ร่างกายมีความต้องการกรดอะมิโน หรือต้องการโปรตีนอย่างรวดเร็วการดื่มซุปไก่สกัดก็สามารถช่วยชดเชยสิ่งต่างๆได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

TIPS
ศ.นพ. Azhar แพทย์ชื่อดังของประเทศมาเลเซียและคณะพบว่าหลังดื่มซุปไก่สกัดทุกวันสามารถช่วยลดความวิตกกังวลให้กับนักศึกษาแพทย์ที่กำลังเครียดจากการเตรียมสอบทั้งนี้ผู้วิจัยคาดว่าอาจจะเป็นเพราะโปรตีนและกรดอะมิโนที่มีมากในซุปไก่สกัดที่มีส่วนช่วยลดความวิตกกังวลสามารถช่วยในเรื่องการเรียนรู้ทำให้มีสมาธิและเพิ่มความจำของคนเราได้

ที่มา บทความเรื่อง ซุปไก่สกัด...มีคุณค่าโภชนาการสูง? วิทยาศาสตร์รอบตัวจาก สสวท
คัดลอกจาก
ศูนย์แบ่งปันความรู้ ม.น.ข

เขาทำดินสอกันอย่างไร

>>>เคยสงสัยกันไหมครับว่า เขาทำดินสอกันยังไง
บางคนอาจคิดว่าเขาเจาะรูไม้แล้วใส่ไส้ดินสอเข้าไป ดูจากลักษณะดินสอ เขาก็น่าจะทำแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วใช้วิธีอื่น


ดินสอเริ่มกรรมวิธีทำดินสอโดยนำไม้สน (cedar) มาตัดเป็นแผ่นบาง ๆ กว้างยาวประมาณ ๒ ๓/๔ นิ้ว คูณ ๗ ๑/๔ นิ้ว และหนาไม่เกิน ๑/๔ นิ้ว นำไม้แผ่นไปเข้าเครื่องเซาะร่องตามความยาวไม้ แผ่นหนึ่งเซาะได้ประมาณสี่ถึงเก้าร่องขึ้นอยู่กับขนาดของดินสอที่จะทำ จากนั้นนำไส้ดินสอความยาว ๗ นิ้ววางลงไปในแต่ละร่อง ไส้ดินสอนี้ทำจากกราไฟต์ ดินเหนียว และน้ำเล็กน้อย จุ่มในขี้ผึ้งเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทนทาน

ขั้นตอนต่อไป คือ นำไม้ขนาดเท่ากันอีกแผ่นที่เซาะร่องแล้วมาประกบทับลงไป โดยยึดติดกันด้วยกาวอุตสาหกรรมคุณภาพสูง จะได้แผ่นไม้ที่มีไส้ดินสอเรียงแถวเป็นไส้ในอยู่ตรงกลาง จากนั้นใช้เครื่องตัดตัดแผ่นไม้ออกมาเป็นดินสอจำนวนเท่ากับไส้ ขั้นตอนสุดท้ายคือทาสีและนำยางลบมาติดกาวเข้ากับก้นดินสอ เป็นอันเสร็จกระบวนการ ตามสถิติบอกว่า บริษัทผลิตดินสอชื่อดังแห่งหนึ่งในอเมริกาทำดินสอได้ ๕๗๖,๐๐๐ แท่งในเวลาเพียงแปดชั่วโมง

ที่มา ๑๐๘ ซองคำถาม
รูปภาพ pencils.com


เพื่อความเข้าใจเพิ่มเติม เรามาดูวิดีโอประกอบกันดีกว่า